fic

[Short-fic] -I'll- 。。。ここに いる。。。

posted on 21 Dec 2006 23:10 by nashi in Fiction

สุขสันต์วันเกิดพี่ดาย ถึงจะช้าไปหนึ่งวัน

-I'll- 。。。ここに いる。。。 [DiexKyo]

..............................

ตั้งแต่ได้พบกับเขา ผมคิดว่าคงหาเพื่อนที่ดียิ่งกว่านี้ไม่ได้อีกแล้ว

"เฮ้ย ดาย เครื่องเล่นดีวีดีที่ยืมไปอ่ะ..."

"เอาไปเหอะ" ชายหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีแดงเพลิงที่กำลังนั่งเช็คสายกีต้าร์อยู่ตอบทันควัน

"จริงดิ??" คนถามทำตาโต

"เออ เอาไปเหอะ ไหนๆ นายก็เอามันไปหมกอยู่ตั้งหลายเดือนแล้ว ป่านนี้มันคงลืมหน้าเจ้าของไปแล้วมั้ง" ร่างสูงประชดกลับ แต่ดูท่าทางคนฟังจะไม่ค่อยสนใจเท่าไร เพราะเอาแต่ยิ้มหน้าบานดีอกดีใจ(ที่ได้ของฟรี)

"งั้นวันนี้ไปดูหนังที่ห้องฉันกันป่ะ?"

"ไปก็ได้ แต่คราวนี้ดูได้แค่เรื่องเดียวนะเฟ้ย ถ้าดูยันเช้าอย่างคราวที่แล้ว คาโอรุได้เอากีต้าร์ฟาดหัวตาย"

"รู้ตัวก็ดีแล้วนี่" เสียงเย็นเยือกที่ดังขึ้นด้านหลังทำให้คนฟังถึงกับขนลุกซู่ ชนิดไม่ต้องไปดูเดอะริง เวอร์ชั่นญี่ปุ่นให้เสียเวลา

"โธ่ คาโอรุ นี่มันก็อีกตั้งนานนะ กว่าจะถึงช่วงทัวร์อ่ะ ให้ฉันซ้อมมากเกินไป เดี๋ยวเสียงเพราะๆ เสียไปใครจะรับผิดชอบ" ร่างเล็กเถียงไปแบบข้างๆ คูๆ ก่อนจะทำตัวลีบเมื่อเห็นว่าสีหน้าคาโอรุนิ่งขึ้นเรื่อยๆ

"งั้นก็กรุณารับผิดชอบตัวเองแล้วกันนะท่านเคียว เพราะนอนเช้า กินเหล้า สูบบุหรี่เนี่ย บำรุงเสียงนายได้ดีชะมัดเลย" ริมฝีปากบางยกยิ้ม แน่นอนว่าน่ากลัวยิ่งกว่าตอนจบเกมfatal frameที่เพิ่งเล่นไปเสียอีก

"ไม่ได้กินเหล้าซะหน่อย แค่ดื่มเบียร์เอง" เคียวหน้าซีดแต่ก็ยังแถต่อไปเรื่อย แน่นอนว่าดายเริ่มเห็นลางร้ายมากขึ้นทุกที ว่าเขาอาจเป็นรายต่อไปที่โดนเชือด ยังไงก็แถไม่เก่งเท่าเคียวอยู่แล้ว เผ่นก่อนอาจได้เปรียบ

"ถ้างั้น...ฉันกลับก่อนนะ" พอคว้ากระเป๋ากับกีต้าร์ได้ปุ๊ป ดายก็แทบจะกระโจนออกไปนอกห้อง อาศัยจังหวะที่คาโอรุกำลังเผลอ เคียวก็วิ่งหายไปด้วยอีกคน

"ให้มันได้ยังงี้สิ ไอ้สองตัวนี้" เจ้าของเรือนผมสีชมพูบ่นอย่างหงุดหงิด ตั้งแต่มาเป็นหัวหน้าวงของพวกติงต๊องนี่ เขาเริ่มคิดว่าตัวเองเข้าใกล้ความเป็นคุณแม่จอมจุกจิกเข้าไปมากขึ้นทุกที

"เอาน่า นายน่าจะชินได้แล้วนะ คาโอรุ" ใครคนหนึ่งเดินมาตบบ่า พอหันไปก็เห็นว่าเป็นโทชิยะ ซึ่งมีคดียาวเป็นหางว่าวไม่น้อยกว่าเคียว

"คนที่ทำสถิติสายตลอดกาลอย่างนายน่ะ ไม่ต้องมาทำเป็นพูดเลยนะเฟ้ย ถ้าพรุ่งนี้นายสายแม้แต่วิเดียว ฉันจะจับนายขังไม่ต้องออกไปล่าสาวให้ขาดใจตายไปเลยดีมั๊ย"

"อืม...สงสัยจะขาดใจจริงๆ แหละคาโอรุ แต่ถ้าไม่ได้เห็นหน้านายอาจทรมานกว่าก็ได้นะ" โทชิยะยิ้มกวน แต่ท่าทางคนฟังไม่เห็นเป็นเรื่องสนุกด้วยเท่าไร

"อย่ามาทำเป็นเล่น จะไปไหนก็ไปเลย เพราะฉันเห็นหน้านายแล้วหมดอารมณ์" ร่างบางทรุดนั่งพลางหยิบชีทเพลงมานั่งตรวจทาน

"จริงอ่ะ?" ชายหนุ่มผมสีน้ำเงินทำหน้าทะเล้น พลางแกล้งขบริมหูอีกฝ่ายเบาๆ "พิสูจน์หน่อยสิ ฉันมันพวกเชื่อคนยาก" คาโอรุรีบเอามือตะปบหูตัวเองก่อนจะหันไปมองมือเบสจอมเจ้าเล่ห์อย่างโกรธๆ (ทั้งที่หน้าแดงเถือก)

"หุบปากไปเลย อยากตายนักเรอะ" เห็นท่าทางของคาโอรุที่โมโหจนลมแทบออกหูแล้วโทชิยะก็อดขำไม่ได้

"เอ่อ...ฉันกลับก่อนนะ" เด็กหนุ่มผมสีน้ำตาลอ่อนเอ่ยขึ้นเบาๆ เพราะคิดว่าไม่อยากไปขัดเวลาสองคนนี้ทะเลาะกันเท่าไร แต่ถ้าอยู่ดีๆ กลับไปแบบไม่ลาก็อาจไม่ค่อยดีเท่าไรนัก

"ฉันก็จะกลับแล้ว ไปเหอะ ชินจัง" คาโอรุคว้ากระเป๋ากับกีต้าร์มาถือไว้ข้างหนึ่ง(แสดงให้เห็นความถึก) ส่วนอีกข้างก็จับมือเรียวสวยของชินยะ แล้วลากออกไปด้วยกัน แก้มขาวเนียนปรากฎสีแดงเรื่อ โทชิยะมองคนทั้งคู่อย่างไม่พอใจนิดๆ แต่ที่ไม่พอใจที่สุด คงเป็นตัวเอง

ทำไมมือที่ยื่นออกไปคว้าใครๆ ได้มากมาย กลับไม่มีแม้แต่แรงจะยกขึ้นเพื่อเอื้อมให้ถึงคนที่ต้องการที่สุด

...................................
"โอย หนาวอ่ะ ขอยืมผ้าพันคอหน่อยดิ" ไม่ทันที่เจ้าของจะเอ่ยอนุญาต คนขอก็คว้าสิ่งที่ต้องการไปแล้วเอาไปพันคอยังกับเป็นของตัวเอง

"ฉันก็หนาวเหมือนกันนะเฟ้ย" ดายพยายามแย่งกลับมา

"เอาน่า เดี๋ยวดูหนังเรื่องนี้ก็ไม่หนาวแล้ว" ร่างเล็กหันมายิ้มเจ้าเล่ห์

"หมายความว่าไง?"

"หึๆๆ เปิดดูแล้วจะรู้เองล่ะน่า" เคียวทำไม่รู้ไม่ชี้ ก่อนจะหันไปมองนอกหน้าต่าง การขึ้นรถไฟในช่วงที่คนน้อยๆ แบบนี้เป็นอะไรที่เขาชอบมาก แน่นอนว่าไม่ต้องไปเบียดเสียดกับใคร แต่ที่สำคัญกว่าคือมีโอกาสได้มองออกไปในความมืด จินตนาการว่าตัวเองกำลังผจญภัยอยู่ที่ไหนสักแห่ง

ร่างเล็กฮัมเพลงออกมาเบาๆ ทั้งสายตาและน้ำเสียง ทุกอย่างน่าดึงดูดอย่างประหลาด แม้จะทะเลาะกันบ้าง ดีกันบ้าง แต่ดายรู้ว่าในตอนนี้คงไม่อาจหาเพื่อนคนไหนที่เขาจะชอบอยู่ด้วยเท่าเคียวได้อีกแล้ว อนาคตมันเป็นเรื่องของความไม่แน่นอน แต่ก็ช่างอนาคตเถอะ เขาแค่อยากอยู่กับเคียวนานๆ เท่านั้น

ทั้งสองยืนอยู่ข้างกันเงียบๆ ปราศจากเสียงพูดคุยใดๆ แต่กลับรู้สึกเหมือนกำลังสื่อสารผ่านโทรจิต ในโลกที่เคียวกำลังเข้าไปเล่นอยู่อย่างสนุกสนานนั้น มีดายยืนอยู่เคียงข้าง เฝ้ามองดูพร้อมรอยยิ้ม

..............................

ดายน่าจะรู้อยู่แล้วว่าหนังที่ดูแล้วทำให้ร้อนขึ้นมาได้มีอยู่สองประเภท คือ พวกแอคชั่นยิงกันกระจาย ระเบิดเผาตึกให้ไฟแทบลุกออกมานอกจอ ส่วนอีกประเภทหนึ่ง....

"อะ...อ๊า" ภาพหญิงสาวเปลือยกายกำลังถูกชายหนุ่มคนหนึ่งซึ่งถูกบังหน้าเอาไว้เล้าโลมอยู่เบื้องหลัง เธอส่ายสะโพกราวกับจะเชิญชวน คงทั้งผู้ชายในจอและผู้ชายสองหน่อที่นั่งดูอยู่ตรงนี้

ร่างสูงนั่งมองภาพบนจอพลางจินตนาการว่าถ้าเธอคนนั้นเป็นเคียวเขาคงจะอดใจไม่ไหว ก่อนจะสะดุ้งเมื่อรู้สึกตัวว่าคิดอะไรแผลงๆ ดายสะบัดผมสีแดงเพลิงของตนสองสามครั้ง แล้วหันไปมองคนที่นั่งอยู่ข้างๆ แต่เขาก็พบว่ามันเป็นการกระทำที่ผิดมหันต์

ใบหน้าขาวเป็นสีแดงเรื่อ เห็นได้ชัดว่าคงเพราะหนังที่ดูอยู่นั่นแหละ ผมสีทองชื้นเหงื่อคงเพราะพยายามสะกดกลั้นอะไรบางอย่าง ริมฝีปากอิ่มกัดเม้มปลายนิ้วเรียวสวยไว้แน่น ดายคิดว่าตัวเองควรพูดอะไรออกไปเพื่อทำลายบรรยากาศที่ไม่น่าไว้ใจนี้ แต่จนแล้วจนรอดเขาก็นึกคำใดไม่ออก จนกระทั่งเคียวรู้สึกตัวว่าถูกมองอยู่ แล้วหันกลับมาจ้องเขาบ้างนั่นแหละ ดายถึงได้พูดออกมาได้

"เอ่อ..." พูดได้แค่นี้จริงๆ ให้ตายสิ เจ้าบ้าเคียวคิดอะไรอยู่ หนังแบบนี้เขาเอาไว้ดูกับเพื่อนด้วยเรอะ อย่างน้อยก็ไม่ใช่เขาคนหนึ่งล่ะ

"ดาย..." เสียงที่เคยใช้ร้องเพลงกระชากใจคนฟังมานับครั้งไม่ถ้วน คราวนี้กับทำเสียงกระเส่าจนคนฟังแทบอยากวิ่งไปเอาน้ำเย็นๆ ราดหัวให้หายบ้า

"อะ..อะไร" ดายไม่กล้าหันไปมองตาอีกฝ่าย เขากำลังคิดอะไรอยู่ เคียวเป็นเพื่อนนะ จะมาเกิดอารมณ์กับเพื่อนตัวเองได้ยังไง

"นายรู้สึก..."

"ไม่เลย" ชายหนุ่มรีบตอบก่อนที่คนพูดจะทันได้พูดจบเสียอีก เคียวชกท้องอีกฝ่ายเบาๆ

"ไอ้บ้า แต่ฉันอยากนี่หว่า"

"หา???" ดายทำหน้าเหวอ ร่างกายขยับหนีไปอีกทาง ทั้งที่ใจจริงอยากกระโจนใส่ เฮ้ย ไม่ใช่อย่างนั้น ดายคิดว่าถ้าอยู่นานกว่านี้เขาต้องทำอะไรบ้าๆ ลงไปแน่ ชายหนุ่มทำท่าจะลุกขึ้นหนีกลับบ้านแต่กลับถูกเคียวฉุดลงให้นั่งลงบนโซฟาเหมือนเดิม

"โกหกไม่เก่งนะดาย เห็นๆ อยู่ว่านายอยาก" เคียวยิ้มเจ้าเล่ห์ ร่างเล็กทรุดนั่งลงบนตักอีกฝ่ายพลางใช้มือแตะส่วนที่เริ่มแข็งขึง

"ใช่มั๊ยล่ะ?" ใบหน้าน่ารักยื่นเข้าไปใกล้ ดายแทบจะหยุดหายใจ ถ้าเข้ามาใกล้กว่านี้เขาคง....

"ทำเถอะ ฉันไม่บอกใครหรอก นายก็จะไม่บอกใครใช่มั๊ยล่ะ เป็นความลับของเราสองคน...นะ" แค่เห็นเคียวทำหน้าอ้อนใส่ ดายก็ลืมคำปฏิเสธที่คิดไว้ก่อนหน้าเสียมากมายแทบจะทันที

มือเล็กรูดซิปกางเกงยีนส์สีซีดลงก่อนจะกอบกุมส่วนนั้นของชายหนุ่มแล้วขยับลูบไล้เบาๆ ดายทำตามบ้างแต่ก็ด้วยท่าทางเก้ๆ กังๆ เพราะไม่เคยคิดว่าตัวเองจะต้องมาทำให้ผู้ชายแถมเป็นเพื่อนอีกต่างหาก เคียวครางออกมาเบาๆ หวานเสียจนดายเผลองับคออีกฝ่ายเบาๆ ด้วยความเอ็นดู เหมือนเคียวจะถูกใจเพราะทั้งขยับตัวเข้าหาและเร่งจังหวะของมือตัวเองไปด้วย ดายไม่ยอมแพ้ ต่างคนต่างปรนเปรอให้กันราวกับคุ้นเคยเป็นอย่างดี ทั้งที่เป็นครั้งแรกที่ทำแบบนี้ให้กัน จนกระทั่งถึงที่สุด หยาดน้ำสีขาวขุ่นรินรดฝ่ามือจนชุ่มโชก เคียวพิงศีรษะซบอกกว้างชื้นเหงื่อ ยังเป็นกลิ่นที่เขาชอบไม่เปลี่ยน ไม่ว่าจะตอนเล่นไลฟ์หรือตอนนี้

"สุดยอดเลยนะ ว่าแล้วว่าถ้าทำกับนายต้องรู้สึกดีแน่" เคียวลงจากตักดายไปนั่งแผ่บนโซฟาข้างๆ พลางหยิบทิชชู่มาเช็ดทำความสะอาดให้เรียบร้อย ภาพในจอหายไปตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้ รีโมตที่วางอยู่ข้างล่างอาจถูกเคียวไม่ก็เขาเผลอเหยียบเลยดับไปแล้ว ชายหนุ่มเงียบไปสักพัก หลังจากแต่งตัวกลับเข้าที่เดิมเสร็จ จึงเปิดปากพูดอย่างไม่แน่ใจ

"นายหมายความว่าไง?" ดายเริ่มสับสนกับความรู้สึกของตัวเอง เขาเองก็ใช่ว่าจะไม่ชอบที่ทำไปเมื่อครู่ แต่สิ่งที่เกิดขึ้น ความรู้สึกเขาที่อยากทำกับเคียว มันไม่ใช่แค่เพราะทำแล้วรู้สึกดีแน่ๆ ในใจ...เขารู้ดีว่ามีอะไรมากกว่านั้น

"อะไร ที่ว่าทำแล้วรู้สึกดีน่ะเหรอ?"

"นายบอกว่าว่าแล้ว..."

"ฉันไม่ได้วางแผนนะ แค่คิดว่าหนังแบบนี้ดูกับเพื่อนคงสนุกกว่า" ร่างสูงขมวดคิ้ว เคียวเลยรีบพูดต่อเพราะกลัวอีกฝ่ายจะงง เขาก็ไม่ใช่คนอธิบายอะไรเก่งนัก

"ตอนม.ปลายก็เคยทำแบบนี้ จากนั้นก็คิดว่าหนังแบบนี้ดูกับเพื่อนสนุกสุด"

"นายทำแบบนี้กับเพื่อนคนอื่นด้วยเหรอ?" ดายไม่รู้ว่าน้ำเสียงที่เขาพูดออกไปมันเป็นแบบไหน แต่ไม่สำคัญเท่ากับที่ว่าตอนนี้เขาต้องการคำตอบ ที่เกิดขึ้นทั้งหมด เคียวกำลังจะบอกเขาว่าเพราะอารมณ์พาไป แล้วเขาก็ไม่ได้เป็นอะไรมากไปกว่าเพื่อนที่ช่วยทำให้กัน เหมือนที่เคียวเคยให้เพื่อนคนอื่นๆ ทำ

"ก็..ใช่สิ" เคียวมองคนที่นั่งอยู่ข้างๆ อย่างไม่เข้าใจ ปกติเพื่อนคนอื่นก็ไม่เห็นมีใครมีท่าทางแบบนี้สักคน อีกอย่างไม่มีใครทำถูกใจเขาเท่าดายด้วย ปกติก็แค่ทำให้กัน พอเสร็จก็กลับไปเฮฮาเหมือนเดิม ที่ดายงับคอเขาก็ชอบ แต่คนอื่นไม่เคยทำ หรือถ้าจะทำเขาก็คงไม่รู้สึกชอบหรอก มันน่าประหลาดจะตาย แค่ช่วยทำให้กันทำไมจะต้องงับคอด้วยล่ะ

"งั้น...ก็...โอเค" ดายพยักหน้าเหมือนจะเข้าใจ ทั้งที่ความจริงเขาไม่เข้าใจอะไรเลยสักนิด ร่างสูงหยิบกระเป๋ากับกีต้าร์ของตนขึ้นมาแล้วเดินออกไปโดยไม่ได้บอกลาเจ้าของห้องสักคำ ในหัวว่างเปล่า คิดอะไรไม่ออก เพราะทุกครั้งที่พยายามจะหาคำตอบให้กับตัวเอง หัวใจมันก็จะเจ็บขึ้นมา เพราะอะไรกันนะ...

ร่างเล็กนึกอยากจะรั้งเพื่อนของตนไว้ แต่ก็พูดไม่ออก ท่าทางของดายทำให้เขารู้สึกผิด เหมือนกับว่าเขาเผลอพูดจาทำร้ายจิตใจอีกฝ่ายเข้างั้นแหละ แต่ก็คิดไม่ออกว่าอะไร หรือว่าเมื่อกี้ที่ทำไปดายจะไม่ชอบ แต่ถ้าไม่ชอบก็บอกสิ นี่ไม่เห็นจะพูดอะไรเลย แถมตอนชวนก็ไม่ปฏิเสธอีกต่างหาก

คืนนั้น ดายนอนนิ่งมองเพดานห้องอยู่ในความมืด คำตอบที่เขาพยายามค้นหาดูเหมือนจะกระจ่างขึ้นมาบ้างแล้ว เขาคงชอบเคียว และคงผิดหวังที่เคียวเห็นเขาเป็นแค่เพื่อน ส่วนเคียวที่ไม่ได้คิดอะไรก็คงตอบรับความรู้สึกเขาไม่ได้ เรื่องมันก็ง่ายๆ แค่นี้ แล้วก็คงจะจบแค่นี้

ถ้ามันเพิ่งเริ่มขึ้นเพราะเหตุการณ์ตอนนั้น เขาก็จะขอลบมันออกไปให้หมด ที่เขาว่าถ้าความรักเพิ่งเริ่มต้น มันก็ยิ่งจะตัดใจได้ง่าย เป็นแบบนี้ก็คงดีแล้ว เริ่มและสิ้นสุดลงในชั่วข้ามคืน

......................
คงเพราะเมื่อคืนมัวแต่คิดมากจนแทบไม่ได้หลับ ถ้าจะพูดให้ถูกคือหลับไม่ลงมากกว่า สุดท้ายดายก็เลยไม่โดนคาโอรุเอาเรื่อง แต่อีกคดีหนึ่งที่ต้องมานั่งลุ้นว่าจะโดนหัวหน้าวงฆาตกรรมรึเปล่า ก็ตรงเขาไม่ได้ไปปลุกเคียวตอนเช้านั่นแหละ

จะว่าไปมันก็ไม่เชิงเป็นหน้าที่เขาที่ต้องปลุกเคียวทุกเช้า แต่ถ้าเป็นคนอื่นก็ไม่มีใครรู้วิธีทำให้เคียวตื่นได้โดยไม่อาละวาดงับหัวคนปลุกเล่น แถมคนอื่นที่เหลือก็ยังมีธุระของตัวเอง สำหรับเขาที่ยังไงก็ได้ เลยคิดว่ามันไม่หนักหนา และไม่อยากจะเอาภาระไปเพิ่มให้กับคาโอรุโดยใช่เหตุ แต่เรื่องเมื่อคืนทำให้เขายังไม่อยากพบหน้าเคียวเท่าไร เลยขึ้นรถไฟมาถึงสตูดิโอ แต่ดันลืมโทรบอกให้ใครไปปลุกเคียวแทนเสียสนิท

ร่างสูงนั่งนับสายกีต้าร์เล่น ก็ยังมีหกสายเหมือนเดิม แล้วเริ่มคิดว่าตัวเองชักจะบ้าบอไปกันใหญ่แล้ว แค่อกหักนิดหน่อยจะอะไรนักหนา

"ดาย ทำอะไรน่ะ" ชินยะที่นั่งมองอยู่นานถามขึ้น ชายหนุ่มสะดุ้ง เพราะนั่งเงียบอยู่คนเดียวตั้งนาน พอมีคนส่งเสียงขึ้นมาเลยตกใจ ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไรที่ชินยะมานั่งข้างๆ

"เปล่านี่" น้องเล็กของวงยังทำท่าสงสัยอยู่

"เอ่อ ที่จริงก็...นั่งนับสายกีต้าร์น่ะ" ชินยะหัวเราะออกมา ดูกี่ทีก็น่ารักน่าแกล้งจริงๆ มือใหญ่เอื้อมไปขยี้ผมสีน้ำตาลอ่อนเล่น

"ไม่เอานะ" ร่างบางพยายามหันหนีแต่ดูไม่ค่อยสำเร็จเท่าไร ดายหัวเราะออกมาบ้าง ได้แกล้งจนพอใจแล้วก็ดึงชินยะให้มานั่งข้างๆ

"ลองนับดูสิ นับกี่ทีๆ ก็ได้หกสาย" ดายชี้ให้ดู ชินยะยิ้มบาง "นั่นสินะ แปลกจริงๆ เลย นับกี่ทีก็ได้หกสาย" พูดไปหัวเราะไป ดูแล้วเป็นบทสนทนาที่ไร้สาระ แต่ก็สนุกแบบแปลกๆ ดีเหมือนกัน

"ถ้างั้นจะนั่งนับอยู่ทำไมเล่า มันจะกลายเป็นเจ็ดสายขึ้นมารึไง" เสียงที่ดังขึ้นข้างหลังทำให้ดายที่ยิ้มอยู่เงียบไปทันที ชินยะหันไปมองคนพูด แล้วก็ใช่อย่างที่คิด

"เคียว ทำไมวันนี้นายมาไม่สายล่ะ?"

"อะไร ปกติฉันสายรึไง"

"ปกติไม่สาย แต่เพราะดายไปรับนี่นา วันนี้เห็นไม่มาด้วยกัน นึกว่าทะเลาะกันซะอีก" คำพูดชินยะเหมือนแทงใจสองคนแปลกๆ แต่อารมณ์ไหนก็อีกเรื่อง

"เปล่านี่ เมื่อวานออกจะสนุก ใช่ป่ะดาย" ดูเหมือนเคียวจะมีความสามารถในการลืมสูงส่ง เพราะการนอนเพียงคืนเดียวทำให้เจ้าตัวลืมเรื่องที่กังวลอยู่เสียสนิท พอมานึกออกระหว่างทาง ก็เข้าใจเองเสร็จสรรพว่าดายอาจจะเขินเลยรีบออกไปล่ะมั้ง ยังไงดายก็หน้าบางกว่าเขาอยู่แล้ว

"อืม" ร่างสูงตอบรับแล้วลุกหนีออกไปนอกห้องทันที ชินยะยิ่งสงสัย

"ไหนว่าไม่ได้ทะเลาะกันไง"

"ดายมันปวดท้องมั้ง อากาศเปลี่ยนแปลงก็เงี้ย" เคียวยังมั่วนิ่มไปเรื่อย ทั้งที่ในใจก็เริ่มเป็นห่วงเพื่อนรักแล้วว่าเป็นอะไรกันแน่

"โทชิยะมารึยัง?" คำถามแรกของคาโอรุก็ยังเหมือนเดิม เนื่องจากวางใจว่าเคียวไม่สายแน่ถ้าดายไปปลุก คนที่ต้องคอยจ้ำจี้จ้ำไชไม่ให้สายจึงเหลือแค่โทชิยะ มือเบสหน้าสวยจอมเจ้าชู้ของวงอยู่คนเดียว

"ยังไม่เห็นเลย" เจ้าของผมสีน้ำตาลตอบคำแต่ไม่ยอมหันไปมองคนถาม เคียวที่กำลังเหม่อๆ อยู่ก็ไม่ทันได้สนใจว่าคุยอะไรกัน คาโอรุเลยรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังโดนเมิน

"เป็นอะไรกันหมด เคียว นายโต้รุ่งใช่มั๊ย ทำไมดูเอ๋อๆ เหม่อๆ แบบนี้ล่ะ" ที่ไม่ได้ว่าอะไรชินยะเพราะรู้นิสัยขี้อายของเจ้าตัว แต่กับเคียวนี่สิ ปกติต้องแซวเขาบ้างให้ได้วิ่งไล่เตะกันแล้ว

"หา? อ๋อ เปล่านะ นอนก่อนเที่ยงคืนซะอีก"

"เหลือเชื่อ จริงง่ะ" ถ้าเคียวนอนเร็วกว่าเที่ยงคืน คงมีสักวันที่โทชิยะจะมาเช้ากับเขาได้มั่งล่ะ

"เออดิ ก็ดายมันรีบกลับไปก่อน"

"นายทำอะไรให้ดายรำคาญแหงๆ"

"ช่างเหอะ ว่าแต่วันนี้ไม่ถามคำถามยอดฮิตเหรอ?" เคียวหันไปยิ้มใส่ ทั้งที่เมื่อครู่ยังเครียดเรื่องดายอยู่ แต่ก็ลืมได้อย่างรวดเร็ว

"อะไร?" คาโอรุทำหน้างง เดินมานั่งบนโซฟาพลางหยิบกีต้าร์ดายที่วางทิ้งไว้มาดีดเล่น

"ก็ โทชิยะมารึยัง ไง" คนฟังยิ่งงงกว่าเดิม

"เมื่อกี้ฉันก็เพิ่งถามไป แล้วชินจังก็ตอบไปแล้วไง นายเอ๋อหรือละเมออยู่กันแน่เคียว" คิ้วเรียวที่ขมวดอยู่แล้วยิ่งเป็นหนักกว่าเดิมจนแทบจะผูกกันเป็นปม

"อ้าว เหรอ...เอ่อ ฉันว่านะถ้านายห่วงว่าโทชิยะจะมาสายนัก ทำไมไม่ไปปลุกซะเองเลยล่ะ" แทนที่จะตอบเคียวก็แกล้งทำเป็นเปลี่ยนเรื่อง

"ทำไมฉันจะต้องเอาคนอย่างนั้นมาเป็นภาระให้ตัวเองด้วย" พอคาโอรุพูดจบทุกอย่างก็ตกอยู่ในความเงียบ คงเพราะคำพูดนั้นไปแทงใจดำเคียวเข้า และชินยะก็คงไม่กล้าจะพูดอะไรกับคาโอรุเท่าไรนัก

ที่ดายมาปลุกเขาทุกเช้า ก็เหมือนเขาเป็นภาระให้ได้รึเปล่านะ ดายจะคิดว่าเขาเป็นภาระรึเปล่า แต่สำหรับเขาแล้วการที่เพื่อนจะทำอะไรเล็กๆ น้อยๆ ให้กันมันก็ดีออกนี่นา ได้เจอหน้ากันตอนตื่น เดินมาทำงานด้วยกัน สนุกออกอย่างนี้ดายคงไม่คิดว่ามันเป็นภาระหรอก ก็แค่เรื่องสนุกๆ ในหนึ่งวัน

เรื่องสนุกของเราสองคน...

.....................

หลังจากเดินออกมาจากห้องซ้อม ชายหนุ่มก็ตรงดิ่งไปที่ระเบียงที่เขาใช้เป็นที่สูบบุหรี่ นั่งคิดอะไรเรื่อยเปื่อย เคียวไม่รู้สึก ไม่คิดอะไรเลย เขาเองก็ยังไม่อยากจะเสียเพื่อน แต่ความรู้สึกที่เกินเพื่อนไปแล้วนี่สิจะให้ทำยังไง ถ้าตัดใจได้ก็คงดี แต่อยู่ใกล้กันทุกวันขนาดนี้ เขาจะทนได้สักกี่น้ำ จะทนได้มั๊ยถ้าสักวันเคียวแต่งงานแล้วขอให้เขาไปเป็นเพื่อนเจ้าบ่าว?

แค่คิดก็หงุดหงิดแล้ว...ไม่สิ ทั้งหงุดหงิด ทั้งเสียใจ ทั้งทรมาน

"เฮ่อ..."

"อากาศจะหมดโลกแล้วนะดาย" ร่างสูงหันไปมองตามเสียง นึกในใจว่าทำไมคนในวงเขาชอบเข้ามาแบบไม่ทันให้รู้ตัวทุกที

"เหลืออีกเยอะแยะ ไม่งั้นนายก็ขาดใจตายไปแล้ว" คนฟังหัวเราะก่อนจะนั่งลงข้างๆ

"นั่นสิ เคียวก็ด้วย ถ้าเคียวตาย ต่อให้อากาศไม่หมด อาจจะมีคนแถวนี้ตายตามก็ได้" ชายหนุ่มขมวดคิ้ว "นายหมายความว่าไง"

"ไม่มีอะไรเป็นพิเศษ"

"โทชิยะ" ดายไม่แน่ใจว่าตัวเองจะเค้นเอาคำตอบจากอีกฝ่ายดี หรือควรจะปรึกษาเรื่องเคียวไปเลยดีกว่า

"ถ้าคิดกับเพื่อนแบบคนรัก ก็ต้องเลือกว่าจะเลือกเพื่อนหรือคนรัก คิดให้ดีนะดาย" เจ้าของผมสีแดงเงียบไป

"รู้ได้ไง"

"ไม่สำคัญเท่ารู้มานาน แล้วก็ได้แต่มองคนไม่รู้ตัวทำอะไรบ้าๆ บอๆ"

"นายว่าฉันบ้าเหรอ"

"เออ เอาเหอะ จะคิดยังไงก็ช่าง แต่รีบกลับไปห้องซ้อมดีกว่า ไม่งั้นนายได้ตายคากีต้าร์คาโอรุแหงๆ" ร่างสูงเพรียวลุกขึ้นพลางบิดขี้เกียจ

"แล้วนายล่ะ จะเลือกอะไร" ดวงตาสีดำมองออกไปด้านนอก ต้นไม้ผลัดใบเหลือแต่กิ่งสีน้ำตาลไร้ชีวิต แต่ซักวันมันก็ต้องฟื้นคืนใหม่ เมื่อฤดูใบไม้ผลิมาถึงยอดอ่อนก็จะแตกออกเป็นใบเล็กสีเขียวสด ความสวยงามของธรรมชาติที่เคียวเคยชี้ให้เขาดูพลางเล่าเรื่องราวที่อยู่ในหัวออกมาให้ฟัง ได้หัวเราะ ได้ยิ้มด้วยกัน เป็นความสุขที่เขาไม่อยากให้มันจบลง

"ทางเลือกของใครก็ของมันสิ เพราะถ้าฉันเลือก ฉันก็ต้องยอมรับผลที่จะเกิดตามมาด้วยตัวเอง"

"นั่นสิ ต้องรับผิดชอบสิ่งที่จะเกิดตามมา..."

..........................

วันนั้น การซ้อมผ่านไปด้วยดี ไม่มีอะไร ไม่มีใครตายคากีต้าร์คาโอรุ อาจเป็นเพราะโทชิยะมาสายแค่ 15 นาที ถือว่าเป็นสถิติต่ำสุดจนแม้แต่คาโอรุก็ยังไม่อยากเชื่อ ทั้งเรื่องที่โทชิยะมาเร็วกว่าปกติ และเรื่องที่เคียวกับดายไม่ค่อยพูดกัน สุดท้ายเลยกลายเป็นโชคดีที่คาโอรุคิดว่าทุกคนอาจเหนื่อยเลยยอมให้กลับเร็ว แต่ยังไม่วายกำชับให้พรุ่งนี้มาตรงเวลา

"ดาย...นายเป็นอะไรน่ะ" เคียวมาตะแง้วถามเขาประโยคนี้ตั้งแต่ตอนที่เริ่มซ้อมจนซ้อมเสร็จ ดายถอนหายใจ

"เปล่า นายจะกลับห้องเลยมั๊ย ฉันอยากคุยอะไรด้วยหน่อย"

"อยากไปดื่ม..." เคียวพูดได้แค่นั้นก็เงียบไป รู้สึกว่าวันนี้ดายดูไม่อยู่กับร่องกับรอยเท่าไร เลยไม่อยากขัดใจ "กลับเลยก็ได้"

แค่เห็นเคียวทำหน้าซึม ดายก็รู้สึกไม่สบายใจ อยากให้ยิ้ม อยากให้มีความสุขด้วยกันเหมือนที่ผ่านมา เขาไม่อยากให้ทุกอย่างพังเพราะตัวเอง แต่จะให้เป็นแบบนี้ต่อไปก็ไม่ไหว บางทีนี่อาจจะเป็นวิธีที่ดีที่สุดก็ได้

.....................

"เคียว"

"อะไร?" ร่างเล็กกำลังใจจดใจจ่อกับเกมส์ที่เพิ่งได้มา (ขอยืมดายมา) จนแทบไม่ได้หันไปมองด้วยซ้ำว่าคนถามกำลังทำสีหน้าแบบไหนอยู่

"หยุดเล่นก่อนซักพักได้มั๊ย ฉันมีอะไรอยากคุยด้วย" ถ้าเป็นปกติเคียวคงไม่สนใจ นั่งเล่นต่อจนได้ เพราะสุดท้ายพอเขาไปขอโทษดายก็ยอมยกโทษให้อยู่ดี แต่วันนี้ก็เพิ่งทะเลาะกันแบบแปลกๆ ไป (ที่ว่าแปลกเพราะเขาไม่รู้ว่าดายโกรธเรื่องอะไรถึงไม่ค่อยยอมพูดด้วย) เลยไม่อยากให้ทะเลาะกันอีก นิ้วเรียวเลื่อนไปกดปุ่มหยุดเกมส์พลางมองหน้าจอตาละห้อย ดายยิ้มขำท่าทางนั้น แต่เขาก็ไม่ใช่คนดีที่จะอยู่ข้างๆ คนที่ตัวเองรักได้โดยไม่คิดหวังอะไรเลย

"ฉันมีเรื่องจะบอก เอ่อ...นายจะลืมมันไปก็ได้" เจ้าของผมสีทองขมวดคิ้ว "ถ้างั้นนายจะบอกฉันทำไมล่ะ" ชายหนุ่มผมแดงหัวเราะออกมา

"นั่นสินะ ก็บอกให้ตัวเองสบายใจมั้ง แล้วก็เพื่อข้อตกลงบางอย่างด้วย"

"ข้อตกลง?"

"ฉัน...อยากจะอยู่ห่างจากนายสักพัก จนกว่า...จะทำใจได้ แล้วเราค่อยกลับมาเป็นเพื่อนกันใหม่ได้มั๊ย"

"อะไรของนาย? ทำใจอะไร นายเป็นอะไร? ฉันทำอะไรให้นายรำคาญจริงๆ น่ะเหรอ" อยู่ๆ เคียวก็นึกถึงที่คาโอรุพูดเมื่อเช้า ถ้าดายรำคาญจริงแล้วเขาจะทำยังไงล่ะ จะให้แก้นิสัยก็ช้าไปแล้ว ถ้าดายไม่พอใจที่เขาเป็นแบบนี้ เขาก็ช่วยอะไรไม่ได้ แต่เขายังอยากเป็นเพื่อนกับดายนี่นา ยังอยากอยู่ด้วย อยากไปเที่ยว ไปดื่ม อยากสนุกด้วยกัน

"ก็มีบ้าง แต่มันเรื่องเล็กน้อย ยังไงเวลาอยู่กับนายฉันก็สนุกมากกว่าอยู่แล้ว...แต่บางทีมันก็มากเกินไป" เคียวยิ่งไม่เข้าใจหนักกว่าเดิม

"มากเกินไป...เพราะฉันเอง"

"หา?"

"ฉัน...ชอบ ไม่สิ เอ่อ อาจจะรักมั้ง ก็...เอาเป็นว่าฉันอยากเป็นแฟนกับนายแต่มันเป็นไปไม่ได้เพราะงั้นเราอยู่ห่างกันซักพักดีกว่า" กว่าจะหลุดออกมาได้ก็ลำบากแทบแย่ แต่พอได้พูดแล้วกลับหยุดไม่ได้เสียอย่างนั้น เคียวนั่งอึ้ง เบิกตากว้าง

"เหตุผลบ้าอะไรเนี่ย ไม่เอาเฟ้ย ไม่ยอมรับ"

"ถ้าความรู้สึกที่ฉันมีให้นาย ไม่ได้เป็นแบบคนรัก ซักวันอาการบ้าๆ มันคงจะหายไปเอง เราก็จะกลับมาเป็นเพื่อนได้เหมือนเดิม..." แต่ถ้ามันไม่หาย ก็คงแย่น่าดู

"ไม่เห็นเข้าใจเลย อย่ามาล้อเล่นแบบนี้สิ เวลาเราอยู่ด้วยกันน่ะสนุกจะตายไม่ใช่เหรอ แล้วทำไมนายต้องอยากทำแบบนี้ล่ะ" ดายจับไหล่เคียวทั้งสองข้างพลางบีบแน่น พูดสิ่งที่คิดไว้ออกมาอย่างชัดเจน หนักแน่นราวกับจะให้อีกฝ่ายจำไว้ไม่มีวันลืม

"ฉันไม่ได้ล้อเล่น นายไม่เข้าใจเหรอ ฉันไม่ได้คิดกับนายแบบเพื่อน ซักวัน ถ้าเราอยู่ใกล้กันแบบนี้ฉันอาจจะห้ามใจไม่ไหวทำอะไรนายลงไปก็ได้ ไม่ใช่แค่เรื่องปลดปล่อยอารมณ์เล่นๆ เหมือนที่นายเคยทำกับเพื่อนคนอื่น แต่ฉันอาจจะทำอะไรยิ่งกว่านั้น ทำร้ายนาย ทำให้นายเสียใจ ฉันไม่ต้องการ"

"นายเป็นโฮโมเหรอ?"

"เปล่า"

"งั้นทำไมนายชอบฉันล่ะ" เคียวรู้สึกว่าสมองตัวเองใกล้ระเบิดเต็มที นี่มันเรื่องบ้าอะไรไม่รู้โถมเข้าใส่เขาเยอะแยะเสียจนมึนไปหมด

"ไม่รู้" ใบหน้ากลมก้มลงมองเบาะโซฟา

"ฉันไม่ใช่โฮโม.." ดายยิ้มเมื่อได้ฟัง

"ฉันรู้" ฝ่ามือใหญ่ยังคงอบอุ่นไม่เปลี่ยนแปลงเมื่อลูบสัมผัสผมสีทอง "ขอโทษนะ ฉันจะพยายามตัดใจให้ได้" ร่างสูงลุกออกไปจากห้อง โดยที่แม้แต่เคียวเองก็ไม่รู้จะเอ่ยคำพูดใดเพื่อรั้งอีกฝ่ายเอาไว้

"แล้วฉันจะทำยังไงล่ะ..."

.....................

หลายอาทิตย์ต่อมา หลังจากยกหน้าที่ปลุกเคียวให้คาโอรุไปแล้ว ทุกอย่างก็ไม่ได้ดีขึ้นจากเดิมเท่าไร แม้เขาจะพยายามหลีกเลี่ยงที่จะเจอหรือพูดกับเคียว แต่ทุกครั้งที่อยู่คนเดียว สายตาก็ยังจะจ้องมองไปที่คนๆ เดียวทุกครั้ง พอรู้ตัวก็ยิ่งโมโหตัวเอง เป็นแบบนี้เมื่อไรจะตัดใจได้ เมื่อไรถึงจะกลับไปเป็นเหมือนเดิมได้ เขารู้ว่าการที่เขาออกมาอยู่ตรงนี้ ไม่ใช่แค่ตัวเองที่เศร้า เคียวเองก็ดูเสียใจ คงเพราะไม่มีเพื่อนคอยเที่ยวเล่นด้วยเลยเหงา ถึงจะแอบหวังให้เคียวไปสนิทกับคนอื่นในวงแทน บางอย่างอาจจะง่ายขึ้น แต่เขารู้ดีว่าตัวเองเลวร้ายแค่ไหน ที่อดดีใจไม่ได้ที่เคียวไม่ยอมไปสนิทกับใครมากเท่าที่เคยให้กับเขา

ใช่ว่าทุกคนในวงจะไม่รู้สึก แต่ไม่รู้จะพูดยังไงมากกว่าเพราะงานก็ยังดำเนินไปได้เหมือนเดิม ยิ่งเริ่มทัวร์แล้วงานก็ยิ่งยุ่งมากขึ้น เขาเองก็เริ่มเขียนเพลงเป็นบ้าเป็นหลังทุกครั้งที่รู้สึกว่าตัวเองว่าง เพราะไม่อยากมีเวลาไปคิดเรื่องของคนใกล้ตัว นานไป การฝึกไม่ให้ตัวเองคอยมองตามเคียวตลอดก็ดูจะได้ผล เพราะสายตาของเขาหันไปจับจ้องอยู่ที่สายกีต้าร์กับชีทเพลงแทน

"เอาล่ะ ไลฟ์วันนี้ ก็ทำให้ดียิ่งกว่าเมื่อวานนะ" คนห้าคนยืนประสานมือกันก่อนขึ้นเวที ทั้งหมดตะโกนออกมาดังลั่นเพื่อให้กำลังใจตัวเอง ก่อนจะเดินขึ้นเวทีไปเพื่อส่งผ่านบทเพลงที่ทั้งรุนแรงและอ่อนหวาน ให้กับคนที่รักในเสียงดนตรีเช่นพวกเขา

ไลฟ์วันนี้ยังคงสนุกเช่นเคย แม้จะพยายามเพ่งสมาธิกับการดีดกีต้าร์ แต่ลีลาของเคียวบนเวทีก็ทำให้ดายอดหันไปมองไม่ได้ ร่างเล็กยังคงร้องเพลงอย่างเต็มที่เหมือนทุกครั้ง แต่จู่ๆ ร่างนั้นก็ล้มลงไป ทุกคนที่เหลือไม่มีใครวิ่งเข้าไป เพราะทุกครั้งเคียวมักจะชอบเล่นแบบนี้ แต่พอเวลาผ่านไปสักพัก ทุกคนก็เริ่มเอะใจ ก่อนที่สต๊าฟจะรีบวิ่งเข้าไปหามเคียวส่งโรงพยาบาล

"เยื่อแก้วหูอักเสบ?" เคียวฟังคำวินิจฉัยของหมออย่างไม่ค่อยเชื่อหู

"ไม่ต้องเป็นห่วงไปหรอกครับ คงเพราะคุณฟังดนตรีเสียงดังมากเกินไป เยื่อแก้วหูจึงมีอาการระคายเคืองแบบนี้ คราวหลังก็ต้องพักผ่อนให้มากๆ อย่าเครียด แล้วก็รักษาสุขภาพดีๆ กินยาตามที่หมอสั่งก็หายครับ"

"งั้นผมกลับได้เลยใช่มั๊ย?"

"นอนพักที่นี่จะดีกว่าครับ ยังไงหมอก็สั่งพักงานไปแล้ว" เคียวทำหน้าช็อก พยายามจะเถียงเพราะไม่ชอบอยู่โรงพยาบาล แต่คุณหมอที่แสนดีกลับเดินออกไปจากห้องอย่างรวดเร็วราวกับรู้ทัน

"ไง ค่อยยังชั่วบ้างรึยัง" เพื่อนในวงทั้งสี่คน แน่นอนรวมทั้งดายด้วยเดินเข้ามาเยี่ยม คนแรกที่เปิดปากถามคือคาโอรุ ถ้าเขากับดายยังเป็นแบบเมื่อก่อนอยู่ คนที่หน้าตาตื่นคนแรกคงเป็นดายแน่ๆ

"อืม" ร่างเล็กก้มหน้า

"ไม่ต้องเป็นห่วงนะ ยังไงสุขภาพนายก็สำคัญกว่า พวกเราจะกลับไปทำงานต่อ นายจะได้พักผ่อนเยอะๆ " เคียวอยากบอกว่าเขาอยากให้ทุกคนอยู่ด้วยมากกว่า แค่เกือบเดือนที่ผ่านมา ไม่มีดายอยู่ข้างๆ เขาก็เหงาแทบแย่ นี่ยังจะให้นอนหง่าวอยู่ในโรงพยาบาล โดยที่ทุกคนไปทำงานกันอีก แบบนี้เขาก็เฉาตายน่ะสิ

"ไม่เป็นไร.."

"เดี๋ยวฉันอยู่นี่แล้วกันนะ คาโอรุ" จู่ๆ ดายก็พูดแทรกขึ้นมา เคียวหันไปมองอย่างแปลกใจ แต่คาโอรุกลับดีใจมากกว่า เพราะเห็นทำท่าโกรธกันอยู่ได้ตั้งนาน เผื่อวันนี้จะได้เคลียร์กันให้หายซะที

"ตกลง งั้นพวกเรากลับก่อนนะ" แล้วสามคนที่เหลือก็สลายตัวอย่างรวดเร็ว คงเพราะไม่อยากให้เพื่อนรักคู่นี้ต้องทะเลาะกันนาน เลยเป็นใจให้คืนดีกันสุดๆ

"นาย...ไม่คิดจะอยู่ห่างฉันแล้วเหรอ?" เคียวพูดอย่างมีความหวังนิดๆ

"เปล่า แค่คิดว่านายคงเหงาถ้าต้องอยู่คนเดียว ขอโทษนะ" ร่างสูงทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ข้างเตียง สายตาจับจ้องอยู่ที่สายน้ำเกลือ ไม่รู้จะพูดอะไรออกไปอีก แค่คิดว่าไม่อยากให้เหงา อยากอยู่ข้างๆ ในตอนนั้นเขาไม่ได้คิดแล้วว่าตัวเองกำลังพยายามตัดใจหรืออะไร แค่ปล่อยให้เคียวเศร้าไม่ได้อีกแล้วเท่านั้น

"ดาย...ฉันมาคิดดูแล้วเรื่องนาย ฉันเองก็ไม่รู้หรอกว่ารักนายหรือเปล่า แต่ทุกครั้งที่ต้องกลับไปห้องตัวเอง แล้วเจอแต่ของที่นายให้มาบ้าง ฉันยึดมาบ้างเต็มไปหมด หัวฉันมันก็คิดได้แต่เรื่องของนาย พอไปซ้อม ก็เจอนายทำแต่หน้าเศร้า ทั้งที่สายตา...จ้องฉันไม่หยุด" พูดมาถึงตรงนี้ แก้มซีดขาวก็มีสีเรื่อขึ้นมา ดายมัวแต่หันไปมองทางอื่น เลยไม่ทันได้สังเกตเห็นอาการแปลกๆ ของร่างเล็ก

"ขอโทษที แต่หลังๆ ฉันก็ไม่ได้จ้องแล้วนะ" ชายหนุ่มรีบแก้ตัว ก็คิดไว้อยู่แล้วว่าเคียวต้องรู้ตัวบ้าง พอมาคิดว่าการรู้ใจกันขนาดนี้เป็นเรื่องที่ดีจนน่าเสียดายหากเขาตัดใจไม่ได้จริงๆ แล้วต้องสูญเสียความสัมพันธ์กับเคียวไป

"นั่นแหละที่ทำให้ฉันเหงา อย่างน้อยมีนายจ้อง ฉันก็รู้ว่านายยังสนใจฉันอยู่" ร่างเล็กยิ่งก้มหน้าต่ำกว่าเดิม รู้สึกถึงขอบตาร้อนผ่าว

"แล้วทำไม..นายจะต้องสนว่าฉันจ้องนายอยู่รึเปล่า?"

"ไม่รู้หรอก ฉันไม่ใช่พระเจ้านะ" เคียวเริ่มเสียงดัง ไหนๆ ถ้าจะต้องร้องไห้จริงๆ คงแอบร้องไม่ให้ดายเห็นไม่ได้อยู่แล้ว งั้นก็ช่างมันไปเหอะ

"ฉันไม่รู้ว่าฉันรักนายหรือเปล่าแต่ฉันทนไม่ได้ที่ต้องอยู่ห่างจากนาย แม้สักวินาทีเดียวก็ไม่อยากทนแล้ว นายก็รู้ว่าฉันความอดทนต่ำ เพราะงั้นฉันขอสั่งให้นายกลับมาอยู่ข้างๆ ฉัน จะฐานะอะไรก็ช่าง ไม่สนแล้ว ถ้านายไม่กลับมาฉันคง...มันทรมานนะ..." ใบหน้าซีดขาวหม่นเศร้า ดวงตาฉายแววเจ็บปวดที่ทำให้คนมองรู้สึกทรมานไม่แตกต่างจากกันเท่าใดนัก

"นาย...อาจจะแยกไม่ออก ความคุ้นเคย กับความรัก มันต่างกันนะ" แม้จะรู้สึกดีใจที่ได้ยินคำพูดนั้นจากเคียว แต่เขาก็ยังกลัวอยู่ กลัวว่าสักวันถ้าทุกอย่างต้องจบ เขาคงทรมานยิ่งกว่านี้

"ใช่ ฉันไม่รู้หรอกว่ามันต่างกันยังไง แต่ถ้าวันหนึ่งมันจะต้องจบเพราะฉันไม่ได้รักนาย หรือจริงๆ แล้วนายไม่ได้รักฉัน ยังไงมันก็แค่เรื่องของอนาคต ฉันรู้แค่ว่าตอนนี้ฉันอยากอยู่กับนาย ฉันอยู่กับนายแล้วมีความสุข ช่างหัวอนาคตมันเถอะน่า" เคียวทำท่าหงุดหงิดขัดใจที่ดายไม่ยอมตกลงง่ายๆ ซะที ชายหนุ่มหัวเราะออกมาเบาๆ ก่อนจะลุกขึ้นมากอดร่างเล็ก...คนที่ตอนนี้เขารักมากที่สุด...เอาไว้แน่น

"นั่นสิ ช่างหัวอนาคตมันเถอะ" ใบหน้ากลมซุกลงกับอกกว้าง นานนักหนาเท่าไรแล้วที่เขาไม่ได้กลิ่นของดาย ไม่ได้อยู่ใกล้กันขนาดนี้ ไม่ได้รู้สึกสบายใจขนาดนี้

"ขอบคุณนะ ที่...ดูเหมือนจะรักฉัน" ดายพูดพลางอมยิ้ม

"เออ อย่าลืมเอาของกินมาเซ่นฉันเยอะๆ ล่ะ" พอสบายใจปุ๊ป เคียวก็ล้มตัวลงนอนพลางปิดตา รอยยิ้มนิดๆ ยังไม่จางหายไปจากใบหน้า นี่อาจจะเป็นคืนที่เขานอนหลับสบายที่สุดก็ได้ ร่างสูงขยับเข้าไปใกล้ พลางกระซิบเบาที่ริมหู

"แน่นอน เพราะถ้านายไม่หายไวๆ แล้วเมื่อไรฉันจะได้ทำกับนายล่ะ" ดวงตากลมเบิกโพลงทันที ก่อนจะหันไปมองดายที่ยืนยิ้มกว้างอย่างหวาดหวั่น

"ต้อง...ต้องทำด้วยเหรอ"

"ไหนบอกไม่สนว่าต้องทำอะไรไง"

"ฉันพูดแบบนั้นเมื่อไร"

"ก็นายบอกว่าไม่สนว่าต้องอยู่ฐานะอะไร สำหรับฉันตอนนี้นายคือคนรัก คนรักกันจะไม่ทำกันได้ไง"

"คนรักไม่ใช่คู่ขานี่ นอนจับมือกันก็พอแล้ว" ร่างเล็กทำแก้มป่องก่อนจะนอนตะแคงหนี

"งั้นฉันคงต้องไปหาคู่ขาสินะ เพราะคนรักให้แค่นอนจับมือ ใครจะไปทนได้"

"ก็ไปสิ" คนฟังทำหน้าเศร้า

"ก็..ก็เรื่องแบบนั้น ฉันไม่เคยทำนี่นา"

"ไม่เคยก็ลองได้นี่ ขนาดให้เพื่อนผู้ชายทำให้นายยังเคยเลย" ดูเหมือนดายจะยังไม่หายเคืองเรื่องนี้

"นั่นมันก็แค่สนุกๆ ไม่ได้คิดอะไร ถ้าชาตินี้ทั้งชาติฉันทำใจทำกับนายไม่ได้ นายจะเลิกรักฉันรึไงล่ะ"

"เรื่องสำคัญมันไม่ใช่แบบนั้นหรอก" ใบหน้าคมทำท่าคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพูดขึ้นมา

"ถ้าฉันไปทำกับคนอื่นจริง นายไม่รู้สึกอะไรเลยเหรอ?"

"ไม่มั้ง แค่นายกลับมาหาฉันก็พอ มาอยู่ตอนฉันโทรไปหา ไปเช่าหนังมาให้ดู ไม่ก็ซื้อขนมมาให้กินตอนดึกๆ เหมือนเมื่อก่อนไง" คนตอบยิ้มกว้าง

"แล้วถ้าฉันกำลัง...ทำอย่างนั้นอยู่...ออกมาหานายไม่ได้ล่ะ?"

"ได้ไง ฉันเป็นแฟนนายนะ แฟนต้องมาก่อนคู่ขาสิ"

"แต่อารมณ์ฉันมันค้างอยู่นายจะให้ทำไงล่ะ ถ้าฉันทำกับนายนะ ทำเสร็จเมื่อไรอยากให้ทำอะไรฉันก็ทำให้ได้เลย เพราะเราอยู่ด้วยกัน จริงมั๊ย" เคียวทำท่าคิดหนัก ฟังจากเหตุผล(?)แล้ว ถ้ายอมให้ดายทำไป ก็ไม่มีใครรู้ซะหน่อย คราวที่แล้วที่ทำด้วยกันก็รู้สึกดีจะตาย แถมจะใช้งานเมื่อไรก็ได้ ร่างเล็กเริ่มฝันหวานไปไกลจนดายต้องรีบหยุด

"ว่าไงล่ะ?"

"ก็..ก็ได้" ร่างสูงหัวเราะออกมาเบาๆ ก่อนจะก้มลงไปจุมพิตที่หน้าผากมน

"ขอบคุณนะ"

"อะไรเล่า" คนป่วยงึมงำในลำคอ

"หลับเถอะ ฉันจะอยู่ข้างๆ นายแบบนี้แหละ ไม่ว่าที่ไหน เมื่อไร"

"ลองหายไปสิ ฉันจะไปลากคอนายกลับมาล่ามโซ่เลยคอยดู" พูดพลางดึงมือใหญ่มากอดไว้แน่น ราวกับกลัวว่าคนข้างๆ จะหนีหายไปไหนอีก ดวงตากลมหลับพริ้ม ไม่นานก็หายใจเข้าออกอย่างสม่ำเสมอ คงจะหลับสนิทไปแล้ว

"วางใจเถอะ ฉันไปไหนไม่ได้อีกแล้วล่ะ"

.

.

終わる。。。

.

.

มันบ้าบอ ติงต๊อง น้ำเน่า แต่ชอบอ่ะ- -" (ชอบฟิคแบบนี้ กร๊ากกกก)

อายุก็สามสิบกว่าเข้าไปแล้ว ขอให้ตาสว่างซะที

ยืนอยู่ในเงาคนอื่นน่ะ มันจะไปเท่เท่ายืนเหยียบเงาตัวเองได้ไง

ps.ข้อเท็จจริงในเรื่องนี้คือ

1.เคียวยืมดีวีดีดายไปแล้วยึด (อะไรทำนองนี้)

2.เคียวเป็นเยื่อแก้วหูอักเสบ

ps.2 เห็นพี่แก้วถามเลยตอบให้ (เผื่อคนอื่นจะเอาไว้สอบด้วย หุหุ)

bg - embarkation for cythera ของ WATTEAU

head - gersaint ของ WATTEAU

icon - a girl with pearl earing ของ VERMEER

เพิ่งเรียนมาก็เลยบ้าแบบนี้แหละ - -" สองอันแรกเป็นผลงานสมัย Rococo อันสุดท้ายเป็นของดัตช์ ผลงานแบบ Genre Painting อยากเรียนอีก >.<

Tags: dir, fic 2 Comments